ทำไมเราต้องสนใจ ไต

 

 

ทำไมเราต้องสนใจ “ไต”

ไต อวัยวะที่หลายคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ตรงไหน แต่บอกได้เลยว่าที่เรายังแข็งแรงอยู่ทุกวันนี้

ไม่ใช่เพราะใคร ก็เพราะ “ไต” นี่ล่ะครับ มาอ่านเรื่องไต เรื่องที่ไม่ไกล ตัวเรากันครับ

ไตอยู่ตรงไหนของร่างกาย

ร่างกายคนเราประกอบไปด้วยไต 2 ข้าง ขนาดเท่ากำปั้นมือ รูปร่างคล้ายเม็ดถั่วโดยมีรอยเว้าหันเข้าหากระดูกสันหลังส่วนเอวขนาดของไตแต่ละข้างยาวประมาณ 11 เซนติเมตร (ซม.) กว้าง ประมาณ 6 ซม. และหนาประมาณ 3 ซม.

 

ไตประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

ไตประกอบไปด้วยหน่วยเล็กๆของเส้นเลือดฝอย ข้างละประมาณล้านหน่วย ซึ่งแต่ละหน่วยเรียกว่า เนฟรอน หรือโดยทั่วไปเรามักเรียกว่า หน่วยไตซึ่งในหน่วยไตก็ย่อยลงไปเป็นส่วนประกอบหลักๆ อีก 2 ส่วน คือ

1. ส่วนต้นของเนฟรอน (Renal corpuscle) เลือดที่เข้ามาในไตจะถูกกรองที่นี่
2. ท่อไต (Tubule) ลำเลียงเลือดและปัสสาวะ

จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า ถ้าไตทั้ง 2 ข้างมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ในบางครั้งอาจเกินความต้องการของร่างกาย ด้วยซ้ำ จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเราจึงมีชีวิตอยู่ได้ โดยที่มีไตข้างเดียว แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้คนทั่วไปจะมีไต 2 ข้าง แต่หากละเลยการดูแลเอาใจใส่สุขภาพไต จะเป็นเราะตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ทำให้ ไต เสื่อมก่อนระยะเวลาอันควรได้ เรามาศึกษาถึงหน้าที่ของไตกันครับ ว่ามีความสำคัญอย่างไรกับร่างกายของเรากันบ้าง

หน้าที่สำคัญของไต

หน้าที่หลักๆ ของ ไต มีด้วยกัน 7 หน้าที่ ได้แก่

1. กำจัดของเสีย ที่เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนอาหารให้กลายเป็นพลังงาน ได้แก่ของเสียจำพวก แอมโมเนีย ยูเรีย ครีเอตินิน หรือสารแปลกปลอมอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยขับออกพร้อมกับปัสสาวะ

2. ดูดซึมสารอาหาร เซลล์ของหน่วยไตจะทำหน้าที่ดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น น้ำ โปรตีนและฟอสเฟต เป็นต้น

3. รักษาสมดุลน้ำในร่างกาย เช่น ถ้าเราดื่มน้ำมาก เราจึงรู้สึกปวดปัสสาวะ ในทางกลับกันถ้าเราดื่มน้ำน้อย ไตจะเก็บกักน้ำไว้

4. รักษาสมดุลเกลือแร่ ไตจะขับเกลือแร่ส่วนเกินออกทางปัสสาวะ เช่น โซเดียมที่ได้จากการกินเค็ม รวมถึง โพแทสเซียม และฟอสฟอรัส จากอาหารต่างๆ เป็นต้น

5. รักษาสมดุลกรดด่าง เพราะการเผาผลาญโปรตีนในร่างกายทำให้มีสภาวะความเป็นกรดสูง ไตที่แข็งแรงจะสามารถควบคุมสภาวะกรดด่างให้สมดุลได้

6. ควบคุมความดันโลหิต โดยการรักษาความสมดุลของน้ำและเกลือในร่างกาย

7. สร้างฮอร์โมนที่จำเป็น เช่น เซลล์เม็ดเลือดแดง ไขกระดูก ความดันเลือด ซ่อมแซมกระดูก เป็นต้น

 

ปัจจัยที่ทำให้ไตเสื่อม

ไตมีความเสี่ยงจากการเสื่อมสภาพหรือทำให้ความสามารถในการทำงานลดลงได้หลายปัจจัย อาทิเช่น
1. อายุ เพราะไตจะเริ่มเสื่อมเมื่ออายุเฉลี่ย 35 ปีขึ้นไป 

2. การกินยาบางชนิดที่มีผลต่อไต เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAID

3. กินอาหารที่มีสารพิษตกค้าง เช่น ยาฆ่าแมลง 

4. คนที่มีน้ำหนักเกิน เพราะร่างกายจะเผาผลาญสร้างของเสียในร่างกายมากกว่าคนทั่วไป

5. ความดันโลหิตสูง ส่งผลกระทบกับเส้นเลือดฝอยที่ทำหน้าที่กรองของเสียและส่งสารอาหารหล่อเลี้ยงในไต

6. เบาหวาน ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง เลือดข้นขัดขวางทางเดินของเลือด

7. ทานผักผลไม้ที่มีออกซาเลตสูง ในปริมาณมากหรือเป็นเวลานาน เช่น หน่อไม้ กระเทียม เป็นต้น
ซึ่งทุกปัจจัยที่กล่าวมานี้ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้ไตทำงานหนัก ขัดขวางการส่งสารอาหารไปเลี้ยงไต ทำให้ไตเสื่อมสภาพไปในที่สุด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของ โรคไตวาย จนนำไปสู่การเสียชีวิตได้นั่นเอง

 

 

ไตเสื่อมจะส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย

  1. ของเสียและสารพิษสะสมในกระแสเลือด ถ้าไตเสื่อมขั้นรุนแรง ของเสียและสารพิษอาจกดทับสมองส่วนกลาง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการสั่งงานของร่างกาย ทำให้เกิดภาวะโคม่า สมองขาดออกซิเจนจนขั้นถึงแก่ชีวิตได้
  2. ร่างกาย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เพราะ ไตดูดซึมสารอาหารไปใช้งานได้ไม่เต็มที่
  3. ปัสสาวะมากหรือน้อยผิดปกติ อาจมีอาการเจ็บเมื่อปัสสาวะ
  4. แขน ขา มือ เท้า บวม เนื่องจากขับโซเดียม ออกจากร่างกายได้ไม่มีประสิทธิภาพ
  5. ร่างกายมีสภาวะเป็นกรดสูง เพราะของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญพลังงานสะสมในร่างกาย
  6. ระดับเม็ดเลือดแดงในร่างกายต่ำ เพราะมีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนสร้างเม็ดเลือดแดง ส่งผลภายนอกทำให้ผิวพรรณดูดำคล้ำ ภายในส่งผลให้ความดันสูงผิดปกติได้

กลุ่มที่เสี่ยงไตเสื่อม

  1. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นเรื้อรังหรือเป็นมานานติดต่อกันหลายปี
  2. ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
  3. ผู้ป่วยโรคหัวใจ
  4. ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เพราะ ไต เริ่มเสื่อมได้โดยเฉลี่ยตั้งแต่อายุ 35 ปี ขึ้นไป
  5. มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคไต
  6. เป็นโรคเกาต์

วิธีการดูแลรักษาสุขภาพไต

  1. เพลาหวาน เบาเค็ม
  2. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว
  3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  4. เลือกกินโปรตีนจากปลา ย่อยง่าย
  5. ลดผลไม้ที่มีโพแทสเซี่ยมสูง เพราะ ทำให้ไตทำงานหนัก
  6. เลี่ยงผักและผลไม้ที่มีสารออกซาเลตสูง เช่น หน่อไม้ เป็นต้น
  7. ล้างอาหารให้สะอาด ปรุงให้สุก ลดโอกาสการสะสมของสารพิษที่เกิดจากยสฆ่าแมลงและสารเคมีต่างๆ
  8. ไม่กินยาโดยไม่จำเป็น เช่น ยาแก้ปวด ส่งผลให่ไต ต้องฟอกสารพิษ
  9. อย่ากลั้นปัสสาวะบ่อย เพราะเป็นคลั่งของของเสียในปัสสาวะให้อยู่ในร่างกาย
  10. พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมและฟื้นฟูตนเอง
  11. ทานสารอาหารชีวโมเลกุลที่ส่งเสริมการทำงานของหลอดเลือดและไต เช่น ทอรีน แอล อาร์จีนีน โคลีน เป็นต้น

 


  • ถ้าไตวาย ร่างกายเราจะเป็นอย่างไร ถ้าเรากำลังทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สุขภาพที่ดี แต่ละเลยการดูแล ไต โรงงานสร้างความสมดุลของร่างกายเรา เราคงเป็นเจ้าของคำว่า สุขภาพดี ไม่ได้มาดูค...

  • ไตวาย มัจจุราชใกล้ตัวที่คอยคร่าชีวิตคุณ ไตวายโรคที่หลายคนรู้สึกว่าไกลตัว เราคงไม่มีทางเป็นหรอก แต่ถ้าคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ ไตวายคงไม่ไกลตัวคุณนัก ทานอาหารรสเค็มนำ ทานของหวาน...

  • ปัสสาวะแบบไหน เสี่ยงโรคไตเสื่อม ? เราปัสสาวะกันทุกวัน แต่รู้มั้ยครับว่าปัสสาวะบ่งบอกสุขภาพ “ไต” ของเราได้ เสียเวลาสังเกตซักนิด ว่าปัสสาวะของเราเป็นแบบไหน เพราะโรคไตป้อง...
Visitors: 2,131